ปัญหาคลาสสิกของคนที่มีที่ดินเปล่าและต้องการจะขายคือ "ควรตั้งราคาขายเท่าไหร่ดี?" หากตั้งราคาสูงเกินไปก็ขายไม่ออก ทุนจม แต่ถ้าตั้งราคาต่ำเกินไปก็เสียดายแย่ วันนี้เรามี 3 ขั้นตอนในการประเมินราคาที่ดินด้วยตัวเอง เพื่อให้คุณได้ราคาที่สมเหตุสมผลและแข่งขันในตลาดได้ครับ

1. เช็คราคาประเมินจากกรมธนารักษ์ (Official Price)

ราคาประเมินกรมธนารักษ์ คือ "ราคามาตรฐาน" ที่รัฐใช้เป็นฐานในการคิดค่าธรรมเนียมการโอนและภาษีต่างๆ แม้ว่าราคาประเมินนี้จะ ต่ำกว่าราคาซื้อขายจริงในตลาด (บางครั้งต่ำกว่า 20-50%) แต่มันคือเส้นฐาน (Baseline) ที่คุณต้องรู้

  • วิธีเช็ค: เข้าไปที่เว็บไซต์ระบบเผยแพร่ราคาประเมินทรัพย์สิน กรมธนารักษ์ (assessprice.treasury.go.th)
  • ข้อมูลที่ต้องใช้: เลขที่โฉนด, หน้าสำรวจ, อำเภอ และจังหวัด

2. สำรวจ "ราคาตลาด" ในละแวกใกล้เคียง (Market Price)

ราคาตลาดคือราคาที่มีการตกลงซื้อขายกันจริงๆ ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นราคาที่คุณควรนำมาตั้งเป็นราคาขาย วิธีเช็คราคาตลาดมีดังนี้:

  • ค้นหาจากเว็บลงประกาศ: ลองค้นหาในเว็บลงประกาศฟรี (เช่น บ้านที่ดินถูกๆ.com) ดูว่าที่ดินในตำบลหรือถนนเส้นเดียวกัน เขากำลังตั้งราคาขายกันที่ตารางวาละเท่าไหร่
  • ลงพื้นที่จริง: ขับรถดูป้ายประกาศขายที่ดินในซอยเดียวกัน แล้วลองโทรไปสอบถามราคาในฐานะผู้สนใจซื้อ เพื่อเก็บข้อมูลมาเปรียบเทียบ

3. ปรับราคาตาม "ศักยภาพของที่ดิน" (Land Potential)

แม้จะอยู่ซอยเดียวกัน แต่ที่ดิน 2 แปลงอาจมีราคาต่างกันลิบลับ ปัจจัยที่ทำให้ที่ดินของคุณสามารถ "บวกราคาเพิ่ม" ได้ มีดังนี้:

  • รูปร่างที่ดิน: สี่เหลี่ยมจัตุรัสและผืนผ้าจะราคาสูงสุด เพราะนำไปสร้างอาคารง่าย ส่วนที่ดินเส้นก๋วยเตี๋ยว (แคบยาว) หรือที่ดินชายธง (สามเหลี่ยม) มักจะถูกกดราคา
  • การติดถนน: ยิ่งหน้ากว้างติดถนนสาธารณะมากเท่าไหร่ ราคายิ่งพุ่งสูง หากเป็นที่ดินตาบอด (ไม่มีทางเข้าออก) ราคาจะตกทันที
  • สาธารณูปโภค: มีน้ำประปา ไฟฟ้า ท่อระบายน้ำผ่านหน้าแปลงแล้วหรือยัง? ถมดินปรับระดับให้สูงกว่าถนนแล้วหรือไม่? (ที่ดินถมแล้ว จะขายได้แพงกว่าและเร็วกว่า)
  • ผังเมือง (สีที่ดิน): ตรวจสอบโซนนิ่งผังเมือง เช่น ถ้าที่ดินคุณอยู่ในโซนสีส้ม (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง) ย่อมขายได้ราคากว่าโซนสีเขียว (เกษตรกรรม)

สรุปเทคนิคการตั้งราคาขาย

เมื่อรวบรวมข้อมูลครบแล้ว แนะนำให้ตั้งราคาโดยอิงจาก ราคาตลาดของที่ดินที่มีศักยภาพใกล้เคียงกัน และบวกเผื่อการต่อรองจากผู้ซื้อไปอีกประมาณ 5-10% ครับ