เวลาขายบ้านหรือที่ดินได้ 1 แปลง อย่าเพิ่งดีใจไปคิดว่าจะได้รับเงินสดกลับมาเต็มจำนวนแบบ 100% นะครับ! เพราะ "ผู้ขาย" มีหน้าที่ต้องนำเงินก้อนนี้ไปชำระค่าธรรมเนียมและภาษีต่างๆ ที่กรมที่ดิน ในวันที่มีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ มาดูกันว่ามีรายจ่ายอะไรรอคุณอยู่บ้าง

1. ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ (2%)

ค่าใช้จ่ายส่วนแรกสุดคือ ค่าธรรมเนียมการโอน คิดที่ 2% ของราคาประเมินจากกรมธนารักษ์ (ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง) โดยธรรมเนียมปฏิบัติในการซื้อขายอสังหาฯ ส่วนใหญ่ ผู้ซื้อและผู้ขายมักจะตกลงจ่ายกันคนละครึ่ง (คนละ 1%) หรือตามแต่จะตกลงกันในสัญญาจะซื้อจะขาย

2. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หัก ณ ที่จ่าย

รายได้จากการขายอสังหาฯ ถือเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี โดยกรมที่ดินจะหักภาษีนี้ไว้เลย ณ วันที่โอน การคำนวณจะค่อนข้างซับซ้อนเพราะใช้ "ราคาประเมินกรมธนารักษ์" หักลบด้วย "ค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายตามปีที่ถือครอง" ยิ่งถือครองที่ดินมานาน จำนวนปีเยอะ ภาษีก็จะยิ่งถูกลงครับ (ส่วนนี้ตามหลักแล้ว "ผู้ขาย" ต้องเป็นคนจ่ายทั้งหมด)

3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ (3.3%) หรือ อากรแสตมป์ (0.5%)

ข้อนี้กฎหมายกำหนดไว้เพื่อป้องกันนายทุนมาเก็งกำไร โดยคุณจะต้องจ่าย อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น! (ถ้าโดนภาษีธุรกิจเฉพาะ ก็ไม่ต้องจ่ายอากรแสตมป์)

ประเภทภาษี อัตราที่จัดเก็บ เงื่อนไขการเรียกเก็บ
ภาษีธุรกิจเฉพาะ
(ผู้ขายจ่าย)
3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (เลือกราคาที่สูงกว่า) โดนเรียกเก็บเมื่อ:
1. ถือครองทรัพย์สินมา "ไม่ถึง 5 ปี"
2. มีชื่อในทะเบียนบ้านหลังที่ขาย "ไม่ถึง 1 ปี"
อากรแสตมป์
(ผู้ขายจ่าย)
0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (เลือกราคาที่สูงกว่า) เสียเฉพาะคนที่ "รอด" จากภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วเท่านั้น (คือ ถือครองเกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี)
💡 สรุปให้จำง่ายๆ สำหรับผู้ขาย:
หากคุณขายบ้านที่ตัวเองมีชื่อในทะเบียนบ้านมาเกิน 1 ปี หรือถือครองที่ดินแปลงนี้มานานเกิน 5 ปี คุณจะจ่ายแค่ ค่าโอน (คนละครึ่ง) + ภาษีหัก ณ ที่จ่าย + อากรแสตมป์ (0.5%) ซึ่งช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มหาศาลเลยทีเดียวครับ! แนะนำให้โหลดแอป Property Valuation ของกรมที่ดินเพื่อช่วยประเมินค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ล่วงหน้าได้ครับ