หากคุณมีเงินเก็บก้อนใหญ่พอที่จะซื้อบ้านได้ คำถามโลกแตกที่มักจะตามมาคือ "ควรเอาเงินสดก้อนนี้ไปทุ่มซื้อบ้านเลยทีเดียว หรือเก็บเงินสดไว้แล้วไปขอกู้ธนาคารเอาดี?" ทั้งสองวิธีมีข้อดีและข้อเสียต่างกัน ขึ้นอยู่กับทักษะการเงินของคุณครับ
ข้อดีของการ "ซื้อบ้านด้วยเงินสด"
- ไม่เสียดอกเบี้ย: การผ่อนบ้าน 30 ปี ดอกเบี้ยที่จ่ายให้ธนาคารอาจสูงเทียบเท่ากับราคาบ้านอีกหลังนึงเลยทีเดียว! ซื้อสดคือตัดภาระดอกเบี้ยทิ้ง 100%
- อำนาจต่อรองสูง: ผู้ขายทุกคนชอบเงินสด เพราะไม่ต้องรอแบงก์อนุมัติ คุณสามารถใช้ความ "พร้อมโอน" ไปต่อรองขอลดราคาลงมาได้อีกหลายแสนบาท
- กรรมสิทธิ์เป็นของเราทันที: ได้โฉนดตัวจริงมานอนกอด ไม่ต้องติดจำนอง ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกยึดทรัพย์หากขาดรายได้
*ข้อเสีย:* เงินก้อนใหญ่จมไปกับบ้าน หากเกิดเหตุฉุกเฉินต้องใช้เงิน จะเอาบ้านไปแปลงเป็นเงินสด (ขาย) ทำได้ยากและใช้เวลา
ข้อดีของการ "กู้เงินจากธนาคาร"
- รักษาสภาพคล่อง (Cash is King): คุณยังมีเงินสดก้อนใหญ่อยู่กับตัว สามารถแบ่งเงินไปทำธุรกิจ เป็นทุนสำรองฉุกเฉิน หรือใช้ตกแต่งบ้านได้
- นำดอกเบี้ยไปลดหย่อนภาษี: รัฐบาลให้สิทธินำดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุด 100,000 บาท/ปี
- ใช้พลังของ Leverage: คุณสามารถใช้เงินตัวเองเพียง 10-20% (ดาวน์) เพื่อควบคุมสินทรัพย์ราคา 100% ได้ และปล่อยให้ราคาประเมินบ้านที่ขึ้นทุกปีทำงานแทนคุณ
สูตรการตัดสินใจ (Opportunity Cost)
"คุณสามารถนำเงินสดก้อนนี้ ไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทน มากกว่า ดอกเบี้ยบ้าน ได้หรือไม่?"
สมมติว่าดอกเบี้ยกู้บ้านอยู่ที่ 4% ต่อปี
👉 ถ้าคุณเป็นนักลงทุนที่เก่ง: สามารถเอาเงินสดไปลงทุนในหุ้น กองทุน หรือทำธุรกิจ ได้กำไร 8-10% ต่อปี... แบบนี้ "ควรกู้ธนาคาร" แล้วเอาเงินไปลงทุนครับ เพราะส่วนต่างกำไรจะครอบคลุมดอกเบี้ยบ้านแถมยังมีเงินเหลือ
👉 ถ้าคุณไม่ถนัดลงทุน: ฝากเงินสดไว้ในออมทรัพย์ได้ดอกเบี้ยแค่ 0.5 - 1%... แบบนี้ "ควรซื้อสด" คุ้มกว่าครับ เพราะเอาเงินไปฝากแบงก์ก็ได้ดอกเบี้ยไม่คุ้มกับดอกเบี้ยบ้านที่ต้องจ่ายไป