เวลาเห็นป้ายโฆษณาตามสองข้างทาง หรือคุยกับเซลล์ขายบ้าน มักจะเจอคำว่า จอง, มัดจำ และ ดาวน์ ปะปนกันไปหมด สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่วงการอสังหาฯ ต้องทำความเข้าใจ 3 คำนี้ให้ชัดเจนครับ เพราะมันมีผลทางกฎหมายและการขอเงินคืน
1. เงินจอง (Booking) / เงินมัดจำ (Deposit)
สองคำนี้ในทางปฏิบัติมักใช้แทนกัน มันคือเงินก้อนแรกสุดที่คุณจ่ายเพื่อ "ล็อค" บ้านหรือคอนโดห้องนั้นไว้ ไม่ให้ผู้ขายนำไปขายให้คนอื่น เพื่อให้คุณมีเวลาไปดำเนินเรื่องขอสินเชื่อกับธนาคาร
- จำนวนเงิน: มักจะเป็นจำนวนเงินคงที่ เช่น 5,000 - 50,000 บาท (แล้วแต่ตกลง)
- คืนได้ไหม?: ตามกฎหมาย "เงินมัดจำสามารถริบได้" หากผู้ซื้อเป็นฝ่ายผิดสัญญา (เช่น เปลี่ยนใจไม่ซื้อแล้ว) แต่สำหรับบ้านมือสอง หากคุณเขียนระบุในสัญญาจะซื้อจะขายว่า "หากกู้แบงก์ไม่ผ่าน ผู้ขายต้องคืนมัดจำเต็มจำนวน" คุณก็จะได้เงินส่วนนี้คืนครับ
2. เงินดาวน์ (Down Payment)
เงินดาวน์ คือ "ส่วนหนึ่งของราคาบ้าน" ที่คุณต้องควักกระเป๋าจ่ายเป็นเงินสดให้กับโครงการหรือผู้ขาย ก่อนที่จะทำการโอนกรรมสิทธิ์ (เนื่องจากปัจจุบันธนาคารมักจะไม่อนุมัติสินเชื่อให้ 100% เต็มของราคาบ้าน)
- จำนวนเงิน: ปกติจะอยู่ที่ 5% - 20% ของราคาซื้อขาย
- รูปแบบการจ่าย: หากเป็นบ้านหรือคอนโดโครงการใหม่ (Pre-sale) ที่กำลังก่อสร้าง โครงการมักจะให้เรา "ผ่อนดาวน์" เป็นงวดๆ รายเดือน (เช่น เดือนละ 10,000 บาท จำนวน 24 งวด) จนกว่าตึกจะสร้างเสร็จ
- คืนได้ไหม?: หากกู้ไม่ผ่าน สำหรับ "โครงการจัดสรร (บ้านใหม่)" สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) บังคับให้โครงการ ต้องคืนเงินดาวน์ทั้งหมด แก่ผู้ซื้อครับ
สรุปภาพรวมให้เห็นภาพ
สมมติซื้อบ้านราคา 2,000,000 บาท
👉 จ่าย เงินจอง 10,000 บาท เพื่อล็อคห้อง
👉 จ่าย เงินดาวน์ 10% คือ 200,000 บาท (หักเงินจองออก 10,000 = เหลือต้องควักเงินสดดาวน์ 190,000 บาท)
👉 ส่วนที่เหลือ 1,800,000 บาท คุณต้องไปขอกู้เป็น สินเชื่อ จากธนาคารครับ