ไปดูบ้านมือสองทั้งที อย่ามัวแต่ดูความสวยงามของตัวบ้านเพียงอย่างเดียวนะครับ! การสอบถามข้อมูลเชิงลึกจาก "เจ้าของบ้าน" หรือนายหน้า จะช่วยให้คุณประเมินความคุ้มค่าและหลีกเลี่ยงปัญหาปวดหัวในอนาคตได้ นี่คือลิสต์คำถามที่คุณควรเซฟเก็บไว้ใช้ครับ

Q1: "เหตุผลที่ขายบ้านหลังนี้คืออะไรครับ/คะ?"

เพื่อประเมินแรงจูงใจในการขาย ถ้าขายเพราะต้องย้ายที่ทำงานหรือขยายครอบครัวถือว่าปกติ แต่ถ้าขายเพราะเพื่อนบ้านมีปัญหาหรือเจอน้ำท่วมบ่อย คุณต้องเริ่มพิจารณาใหม่แล้ว

Q2: "ประกาศขายบ้านหลังนี้มานานแค่ไหนแล้ว?"

หากประกาศมานานกว่า 6 เดือน-1 ปี แล้วยังขายไม่ออก อาจเป็นเพราะตั้งราคาแพงเกินไป หรือมีข้อบกพร่องบางอย่างที่คนอื่นเห็นแต่เราไม่เห็น (เป็นจุดที่ทำให้คุณต่อรองราคาได้เยอะขึ้นด้วย)

Q3: "ระบบน้ำ/ไฟ หรือหลังคา เคยมีปัญหาต้องซ่อมใหญ่ไหม?"

ถามเพื่อประเมินค่าซ่อมแซมที่เราต้องเตรียมงบไว้หลังซื้อ โดยเฉพาะเรื่องปลวก น้ำรั่วซึม และหลังคารั่ว

Q4: "เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นไหนที่ให้ฟรีบ้าง?"

บางครั้งรูปในประกาศมีเฟอร์นิเจอร์ครบ แต่พอโอนเสร็จเจ้าของขนออกหมด ต้องตกลงกันให้ชัดและระบุลงในสัญญาจะซื้อจะขายครับ

Q5: "เพื่อนบ้านข้างเคียงเป็นอย่างไรบ้าง?"

บ้านข้างๆ ชอบปาร์ตี้ดึกไหม จอดรถขวางหน้าบ้านกันหรือเปล่า? (ทางที่ดีควรแวะมาสำรวจด้วยตัวเองในช่วงหัวค่ำด้วย)

Q6: "ค่าส่วนกลางของหมู่บ้านเดือนละเท่าไหร่?"

ต้องรู้เพื่อคำนวณรายจ่ายประจำเดือนของครอบครัว และอย่าลืมถามว่า "มีค้างชำระค่าส่วนกลางอยู่หรือไม่"

Q7: "ตอนฝนตกหนักๆ น้ำเคยท่วมเข้าหมู่บ้าน หรือซอยหน้าบ้านไหม?"

เป็นคำถามสำคัญมากสำหรับสภาพอากาศในเมืองไทย ให้สังเกตดูรอยคราบน้ำตามกำแพงบ้านประกอบด้วย

Q8: "ส่วนที่ต่อเติมหลังบ้าน (ครัว/หลังคา) ลงเข็มแบบไหนไว้?"

ถ้าต่อเติมโดยไม่ลงเสาเข็ม หรือลงแบบสั้น (ไมโครไพล์ไม่ลึกพอ) อนาคตส่วนต่อเติมอาจจะทรุดตัวและดึงรั้งตัวบ้านหลักให้พังตามไปด้วย

Q9: "ค่าธรรมเนียมการโอนและภาษี ตกลงจ่ายกันแบบไหน?"

คุยให้เคลียร์ก่อนวางมัดจำ! ปกติค่าโอนจ่ายคนละครึ่ง ส่วนภาษีและอากรแสตมป์ผู้ขายมักเป็นคนออก แต่ก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาตกลงกัน

Q10: "ถ้าผมสนใจจริงๆ ลดราคาเต็มที่ได้สุดๆ เท่าไหร่ครับ?"

คำถามปิดท้ายที่สำคัญที่สุด! ลองเจรจาต่อรองขอลดราคาลงมาอีกสัก 5-10% หรือขอแถมเฟอร์นิเจอร์/ค่าโอนฟรี เพื่อความคุ้มค่าที่สุดของคุณครับ