ฐานเงินเดือนคนเดียวอาจจะไม่พอที่จะกู้ซื้อบ้านในฝันได้ การ "กู้ร่วม" (Co-borrower) จึงเป็นตัวช่วยยอดฮิต เพราะธนาคารจะนำรายได้ของผู้กู้ร่วมทุกคนมาบวกกัน ทำให้มีโอกาสกู้ผ่านง่ายขึ้น และได้วงเงินที่สูงขึ้นครับ
ใครที่สามารถกู้ร่วมด้วยกันได้บ้าง?
โดยปกติแล้ว ธนาคารจะอนุญาตให้คนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางสายเลือดหรือทางกฎหมายกู้ร่วมกันได้สูงสุด 2-3 คน ดังนี้:
- คู่สมรส: จดทะเบียนสมรส หรือ ไม่จดทะเบียนสมรสก็ได้ (แต่ต้องมีหลักฐานยืนยันการอยู่ร่วมกัน เช่น รูปถ่ายงานแต่งงาน หรือบุตรบุญธรรม)
- เครือญาติทางสายเลือด: พ่อ แม่ ลูก พี่น้องร่วมสายโลหิต (นามสกุลเดียวกัน)
- คู่รัก LGBTQ+: ปัจจุบันหลายธนาคารชั้นนำในไทยเปิดกว้างให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถยื่นกู้ร่วมสินเชื่อบ้านได้แล้ว โดยใช้เอกสารยืนยันการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจกู้ร่วม
การกู้ร่วมคือการจับมือกันรับผิดชอบหนี้ก้อนใหญ่ยาวนาน 20-30 ปี จึงมีข้อควรระวังที่ห้ามมองข้าม:
- ต้องเช็คเครดิตบูโรทั้งคู่: หากคนใดคนหนึ่งมีประวัติค้างชำระบัตรเครดิต หรือติด Blacklist ธนาคารจะไม่อนุมัติสินเชื่อให้ทันที (ผู้กู้ร่วมทุกคนต้องประวัติใสสะอาด)
- ภาระผูกพันระยะยาว: หากในอนาคตพี่น้องทะเลาะกัน หรือคู่รักเลิกรากัน การจะถอนชื่อใครคนใดคนหนึ่งออกจากการกู้ร่วมเป็นเรื่องยุ่งยากมาก เพราะต้องให้ธนาคารประเมินความสามารถในการผ่อนของคนที่เหลืออยู่ใหม่ทั้งหมด
- กรรมสิทธิ์บ้านเป็นของใคร?: สามารถเลือกได้ว่า โฉนดที่ดินจะเป็นชื่อของผู้กู้หลักคนเดียว หรือจะใส่ชื่อผู้กู้ร่วมเป็นเจ้าของร่วมกรรมสิทธิ์ในโฉนดด้วย (แนะนำให้ใส่ชื่อร่วมกันเพื่อความยุติธรรม)
💡 ทริคแนะนำ: การลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน หากเป็นการกู้ร่วม 2 คน สิทธิ์ในการลดหย่อนสูงสุด 100,000 บาท จะถูกหารครึ่งอัตโนมัติ (คือลดหย่อนได้คนละไม่เกิน 50,000 บาทต่อปี) ดังนั้นต้องวางแผนเรื่องภาษีเงินได้กันให้ดีครับ