เวลาที่เราต้องการเงินก้อนด่วน และมีโฉนดที่ดินอยู่ในมือ หลายคนมักจะสับสนระหว่างคำว่า "เอาที่ไปจำนอง" กับ "เอาที่ไปขายฝาก" ทั้งสองอย่างนี้คือการนำที่ดินไปแลกเป็นเงินเหมือนกัน แต่มี "ผลทางกฎหมาย" ที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยครับ!
1. การจำนอง (Mortgage)
การจำนอง คือการนำโฉนดไปเป็น "หลักประกัน" ในการกู้เงิน โดยที่กรรมสิทธิ์ในโฉนดยังเป็นชื่อของเราอยู่ (ไม่ได้โอนชื่อให้ใคร) หากวันหนึ่งเราไม่มีเงินผ่อนจ่าย เจ้าหนี้จะไม่สามารถยึดที่ดินของเราไปได้ทันที! เจ้าหนี้จะต้องไปฟ้องศาลก่อน เพื่อบังคับคดีให้นำที่ดินไปขายทอดตลาด แล้วเอาเงินมาใช้หนี้ครับ
- ข้อดี: ปลอดภัยต่อลูกหนี้มากที่สุด โฉนดยังเป็นชื่อเรา และมีกระบวนการศาลคุ้มครอง
- ข้อเสีย: วงเงินกู้ที่ได้มักจะไม่สูงมากนัก (ส่วนใหญ่ได้แค่ 30-50% ของราคาประเมิน)
2. การขายฝาก (Sale with Right of Redemption)
การขายฝาก คือ การขายที่ดินของเราให้คนอื่น โดยกรรมสิทธิ์จะถูกโอนไปเป็นชื่อของนายทุน (ผู้ซื้อฝาก) ทันทีที่กรมที่ดิน! แต่มีเงื่อนไขพิเศษพ่วงมาว่า เรามีสิทธิ์ที่จะ "ไถ่ถอน" (ซื้อคืน) ภายในระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 1 ปี) หากพ้นกำหนดไถ่ถอนแม้แต่วันเดียว... ทรัพย์สินนั้นจะตกเป็นของนายทุนอย่างเด็ดขาดโดยสมบูรณ์ (โดนยึดทันที ไม่ต้องฟ้องศาล)
- ข้อดี: ได้วงเงินกู้สูง (มักจะได้ 50-70% ของราคาตลาด) อนุมัติไว ได้เงินสดทันที
- ข้อเสีย: เสี่ยงโดนยึดสูงมาก หากหมุนเงินไปไถ่คืนไม่ทันตามกำหนด
ตารางเปรียบเทียบ จำนอง vs ขายฝาก
| หัวข้อเปรียบเทียบ |
การจำนอง |
การขายฝาก |
| กรรมสิทธิ์โฉนดที่ดิน |
ยังเป็นของ ผู้กู้ (ลูกหนี้) |
โอนเปลี่ยนชื่อเป็น นายทุน (ผู้ซื้อฝาก) ทันที |
| วงเงินที่ได้ |
ค่อนข้างน้อย |
ค่อนข้างสูง |
| หากผิดนัดชำระ/ขาดส่ง |
ต้องฟ้องร้องต่อศาลเพื่อบังคับขายทอดตลาด |
ทรัพย์หลุดเป็นของนายทุนทันที ไม่ต้องฟ้องศาล |
| ดอกเบี้ยสูงสุดที่กฎหมายกำหนด |
ไม่เกิน 15% ต่อปี |
ผลประโยชน์ตอบแทน (ดอกเบี้ย) ไม่เกิน 15% ต่อปี |
คำแนะนำ: ถ้าคุณมีทางเลือก แนะนำให้ทำ "จำนอง" จะปลอดภัยที่สุดครับ แต่หากจำเป็นต้องใช้ "ขายฝาก" ให้ระวังการคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา และต้องจดทะเบียนขายฝากที่ "สำนักงานที่ดิน" เท่านั้น ห้ามเซ็นสัญญาโอนลอยเองเงียบๆ เด็ดขาด!