กฎหมาย/เอกสาร

ขายฝาก กับ จำนอง ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนไม่โดนยึด

อัปเดตล่าสุด: สิงหาคม 2569
ขายฝาก จำนอง

เวลาที่เราต้องการเงินก้อนด่วน และมีโฉนดที่ดินอยู่ในมือ หลายคนมักจะสับสนระหว่างคำว่า "เอาที่ไปจำนอง" กับ "เอาที่ไปขายฝาก" ทั้งสองอย่างนี้คือการนำที่ดินไปแลกเป็นเงินเหมือนกัน แต่มี "ผลทางกฎหมาย" ที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยครับ!

1. การจำนอง (Mortgage)

การจำนอง คือการนำโฉนดไปเป็น "หลักประกัน" ในการกู้เงิน โดยที่กรรมสิทธิ์ในโฉนดยังเป็นชื่อของเราอยู่ (ไม่ได้โอนชื่อให้ใคร) หากวันหนึ่งเราไม่มีเงินผ่อนจ่าย เจ้าหนี้จะไม่สามารถยึดที่ดินของเราไปได้ทันที! เจ้าหนี้จะต้องไปฟ้องศาลก่อน เพื่อบังคับคดีให้นำที่ดินไปขายทอดตลาด แล้วเอาเงินมาใช้หนี้ครับ

  • ข้อดี: ปลอดภัยต่อลูกหนี้มากที่สุด โฉนดยังเป็นชื่อเรา และมีกระบวนการศาลคุ้มครอง
  • ข้อเสีย: วงเงินกู้ที่ได้มักจะไม่สูงมากนัก (ส่วนใหญ่ได้แค่ 30-50% ของราคาประเมิน)

2. การขายฝาก (Sale with Right of Redemption)

การขายฝาก คือ การขายที่ดินของเราให้คนอื่น โดยกรรมสิทธิ์จะถูกโอนไปเป็นชื่อของนายทุน (ผู้ซื้อฝาก) ทันทีที่กรมที่ดิน! แต่มีเงื่อนไขพิเศษพ่วงมาว่า เรามีสิทธิ์ที่จะ "ไถ่ถอน" (ซื้อคืน) ภายในระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 1 ปี) หากพ้นกำหนดไถ่ถอนแม้แต่วันเดียว... ทรัพย์สินนั้นจะตกเป็นของนายทุนอย่างเด็ดขาดโดยสมบูรณ์ (โดนยึดทันที ไม่ต้องฟ้องศาล)

  • ข้อดี: ได้วงเงินกู้สูง (มักจะได้ 50-70% ของราคาตลาด) อนุมัติไว ได้เงินสดทันที
  • ข้อเสีย: เสี่ยงโดนยึดสูงมาก หากหมุนเงินไปไถ่คืนไม่ทันตามกำหนด

ตารางเปรียบเทียบ จำนอง vs ขายฝาก

หัวข้อเปรียบเทียบ การจำนอง การขายฝาก
กรรมสิทธิ์โฉนดที่ดิน ยังเป็นของ ผู้กู้ (ลูกหนี้) โอนเปลี่ยนชื่อเป็น นายทุน (ผู้ซื้อฝาก) ทันที
วงเงินที่ได้ ค่อนข้างน้อย ค่อนข้างสูง
หากผิดนัดชำระ/ขาดส่ง ต้องฟ้องร้องต่อศาลเพื่อบังคับขายทอดตลาด ทรัพย์หลุดเป็นของนายทุนทันที ไม่ต้องฟ้องศาล
ดอกเบี้ยสูงสุดที่กฎหมายกำหนด ไม่เกิน 15% ต่อปี ผลประโยชน์ตอบแทน (ดอกเบี้ย) ไม่เกิน 15% ต่อปี
คำแนะนำ: ถ้าคุณมีทางเลือก แนะนำให้ทำ "จำนอง" จะปลอดภัยที่สุดครับ แต่หากจำเป็นต้องใช้ "ขายฝาก" ให้ระวังการคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา และต้องจดทะเบียนขายฝากที่ "สำนักงานที่ดิน" เท่านั้น ห้ามเซ็นสัญญาโอนลอยเองเงียบๆ เด็ดขาด!