การ "ขายดาวน์คอนโด" คือการขายใบจอง หรือขาย "สิทธิ์ในสัญญาจะซื้อจะขาย" ให้กับผู้ซื้อรายใหม่ ก่อนที่คอนโดตึกนั้นจะสร้างเสร็จและโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดิน มักเกิดขึ้นเพราะผู้ขายต้องการเก็งกำไร หรือผ่อนต่อไม่ไหว/กู้แบงก์ไม่ผ่านครับ
ตั้งราคาขายดาวน์ อย่างไร?
ราคาขายดาวน์ มักจะประกอบด้วย 3 ส่วนบวกเข้าด้วยกัน คือ:
เงินจอง + เงินทำสัญญา + เงินดาวน์ที่ผ่อนไปแล้วทั้งหมด + [กำไรที่ผู้ขายต้องการบวกเพิ่ม]
ตัวอย่าง: จอง 10,000 + ทำสัญญา 30,000 + ผ่อนไปแล้ว 5 งวด งวดละ 10,000 (รวม 50,000) = ทุน 90,000 บาท หากต้องการกำไร 50,000 บาท ก็ตั้งราคาขายดาวน์ที่ 140,000 บาทครับ
ขั้นตอนการดำเนินการ "เปลี่ยนชื่อในสัญญา"
- ตกลงราคา: ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงราคาขายดาวน์กันให้เรียบร้อย และทำสัญญาวางมัดจำระหว่างกันไว้ก่อน
- ติดต่อโครงการ: ผู้ขายแจ้งฝ่ายโอนหรือเซลล์ของโครงการว่าต้องการ "เปลี่ยนชื่อในสัญญา" (Assignment) เป็นบุคคลอื่น
- ตรวจสอบยอดค้าง: ผู้ขายต้องไม่มีการค้างชำระค่างวดดาวน์ใดๆ กับโครงการ
- นัดเปลี่ยนสัญญา: ผู้ซื้อและผู้ขายไปที่สำนักงานขายพร้อมกัน เพื่อเซ็นเอกสารเปลี่ยนชื่อ โดยผู้ซื้อใหม่จะสวมสิทธิ์รับช่วงผ่อนดาวน์ หรือไปยื่นกู้แบงก์ต่อทันที
- ชำระเงินค่าดาวน์: ผู้ซื้อรายใหม่ จ่ายเงินก้อน (ค่าขายดาวน์) ให้กับผู้ขายเดิม
ค่าธรรมเนียมเปลี่ยนสัญญา ใครจ่าย?
โครงการส่วนใหญ่มักจะเรียกเก็บ "ค่าธรรมเนียมเปลี่ยนชื่อในสัญญา" (ประมาณ 10,000 - 50,000 บาท หรือคิดเป็น 1-2% ของราคาห้อง) เพื่อป้องกันคนมาจองกั๊กเก็งกำไร
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ อยู่ที่การตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ว่าใครจะเป็นคนจ่าย (หรืออาจจะจ่ายคนละครึ่ง) อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหลายโครงการจัดโปรโมชั่น "เปลี่ยนชื่อฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม" เพื่อช่วยระบายสต็อกห้อง ควรโทรถามเซลล์โครงการให้แน่ชัดก่อนประกาศขายครับ