เมื่อคุณผ่อนบ้านมาครบ 3 ปี ดอกเบี้ยโปรโมชั่นแสนถูกก็จะหมดไป และปรับเป็นดอกเบี้ยลอยตัว (MRR) ที่สูงขึ้นปรี๊ด! ทางรอดของคุณมีอยู่ 2 ทาง คือ การรีไฟแนนซ์ (Refinance) ย้ายไปแบงก์ใหม่ หรือ การรีเทนชัน (Retention) ขอลดดอกเบี้ยกับแบงก์เดิม มาดูข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบกันครับ

1. รีไฟแนนซ์ (Refinance) : ย้ายแบงก์ใหม่

คือการกู้เงินจากธนาคารใหม่ มาปิดหนี้ธนาคารเก่า เพื่อรับโปรโมชั่นดอกเบี้ยสำหรับลูกค้าใหม่

  • ข้อดี: ได้ดอกเบี้ยถูกที่สุด (แบงก์ใหม่มักจัดโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้า), สามารถขอวงเงินกู้เพิ่มเพื่อนำมาซ่อมแซมบ้านได้
  • ข้อเสีย: มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น ค่าจดจำนอง 1%, ค่าประเมินหลักทรัพย์, ค่าอากรแสตมป์ และค่าประกันใหม่ นอกจากนี้ยังต้องเตรียมเอกสารสลิปเงินเดือน สเตทเมนท์ เพื่อยื่นกู้ใหม่ทั้งหมดเหมือนตอนซื้อบ้านครั้งแรก

2. รีเทนชัน (Retention) : อยู่แบงก์เดิม

คือการเดินเข้าไปเจรจาขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมที่ผ่อนอยู่ โดยใช้ประวัติการผ่อนชำระที่ดีของเราเป็นข้อต่อรอง

  • ข้อดี: สะดวกมาก ไม่ต้องเตรียมเอกสารใหม่ ไม่ต้องประเมินบ้านใหม่ อนุมัติไว (1-2 สัปดาห์) และ ไม่มีค่าธรรมเนียมการจดจำนองใหม่ ประหยัดเงินก้อนไปได้เยอะ
  • ข้อเสีย: ดอกเบี้ยที่ลดให้ มักจะไม่ถูกเท่ากับการย้ายไปแบงก์ใหม่

ตารางเปรียบเทียบการตัดสินใจ

หัวข้อ Retention (แบงก์เดิม) Refinance (ย้ายแบงก์ใหม่)
อัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรก ลดลงปานกลาง ลดลงเยอะที่สุด (โปรจัดเต็ม)
เอกสารที่ต้องใช้ บัตรประชาชน + สัญญาเงินกู้ เอกสารรายได้ใหม่ทั้งหมดเหมือนกู้ใหม่
ค่าธรรมเนียมการทำเรื่อง หลักร้อย ถึง หลักพัน หลักหมื่น (ค่าจดจำนอง 1% + อื่นๆ)
ระยะเวลาดำเนินการ 1 - 2 สัปดาห์ 1 เดือนขึ้นไป
💡 บทสรุป: เลือกแบบไหนดี?
ก่อนครบ 3 ปี ให้ไปขอยื่นเรื่อง Retention กับแบงก์เดิมก่อน เพื่อดูว่าเขาเสนออัตราดอกเบี้ยให้เท่าไหร่ จากนั้นนำดอกเบี้ยนั้น มาเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยแบงก์ใหม่ โดยต้องหักลบ "ค่าจดจำนอง 1%" ออกไปแล้วด้วย หากแบงก์ใหม่ดอกเบี้ยถูกกว่าจนคุ้มค่าโอน ก็ย้ายค่ายเลยครับ! แต่ถ้ายอดหนี้เหลือน้อยกว่า 1 ล้านบาท แนะนำให้ Retention จะคุ้มกว่าครับ